|
เขียนโดย Administrator
|
|
จันทร์, 14 มิถุนายน 2010 |
หลังจากการขอพื้นที่คืนจากการชุมนุมทางการเมือง หรือเรียกกันง่ายๆว่า การสลายการชุมนุม มีผู้บาดเจ็บล้มตาย บ้านเรือนถูกเผาผลาญวอดวายจบลงไปแล้วเหลือไว้เพียงแต่ร่องรอยของความบอบช้ำของจิตใจผู้คนที่เฝ้าดูเหตุการณ์นี้มาโดยตลอด ภาพของคนไทยที่ล้มลง ภาพเลือดที่นองแผ่นดิน ภาพเมืองที่วอดวายเป็นเถ้า เป็นภาพของความเจ็บปวดที่มองเห็นคนไทยนั้นต้องมาฆ่าฟันกันเอง เพียงความคิดเห็นทางการเมืองที่เห็นต่างกัน และที่เจ็บปวดใจไปกว่านั้นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการแก่งแย่งผลประโยชน์ แย่งชิงอำนาจ เข้ากลุ่มเข้าพวกของตนเอง โดยไม่นึกถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น และลืมไปว่าทั้งหมดก็เป็นคนไทย ที่มีพ่อคนเดียวกัน รักพ่อเหมือนกัน ภาพของสงครามการเมืองที่เกิดขึ้น เหมือนกับหนังสงครามการเมืองหลายเรื่องที่ถูกนำเสนอผ่านแผ่นฟิล์มครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่เคยเป็นเหตุการณ์จริงและเหตุการณ์สมมุติ หนังเหล่านั้นนำเสนอภาพของสงครามการเมืองเพื่อสะท้อนให้คนดูหนังตะหนักถึงความร้ายแรง พิษภัยของการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ซ้ำยังเข่นฆ่ากันได้โดยไม่ต้องกระพริบตาเพื่อได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ แต่ดูเหมือนหนังเหล่านั้นยังไงก็เป็นหนังเพราะเมื่อถึงความเป็นจริงก็ไม่มีใครที่สนใจจะนำเอาข้อคิดอุทาหรณ์จากหนังเหล่านั้นมาคิดไตร่ตรอง ยับยั้งชั่งใจไม่ให้เกิดการเข่นฆ่ากันได้ เพราะผลประโยชน์และอำนาจมันบังตา ท้ายสุดเหตุการณ์เดือนพฤษภาคมก็อาจจะไม่ใช่เหตุการณ์สุดท้ายทางการเมืองไทยที่จะเกิดขึ้น เพราะในอนาคตข้างหน้าก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เหมือนหนังที่จบลงไปแล้วแต่ยังทิ้งปริศนาไว้ว่าเหตุการณ์หลังจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น และส่งผลให้มีหนังภาคที่ 2 และภาค 3 ต่อๆกันไม่และดูเหมือนว่าอาจจะไม่มีทางที่จะหาจุดจบได้เสียด้วยซ้ำไป ตราบใดที่ความหอมหวานของอำนาจและผลประโยชน์ยังคงคุกรุ่นอยู่ในจิตใจของนักการเมือง หลังเหตุการณ์เดิม หลังภาพของความเจ็บปวดที่ดูเหมือนว่าจะผ่านไปได้ยาก ภาพของการช่วงชิงผลประโยชน์อีกรูปแบบหนึ่งที่อยู่ในสันดานดิบของมนุษย์ก็โผล่มาให้เห็นเหมือนเป็นหนังภาคพิเศษ การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ พ่อค้าแม่ขายที่ถูกเผาร้านในเหตุการณ์นี้ ดูเหมือนว่าความช่วยเหลือนั้นจะมีมากมายหลายหลาก การชิงความได้เปรียบทางด้านธุรกิจของนักธุรกิจชั้นนำของประเทศที่หยิบยื่นความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่ดูเผินเป็นความตั้งใจในการให้ความช่วยเหลือ แต่แท้จริงก็เป็นการช่วงชิงประโยชน์จากความสูญเสียเข้าสู่ประโยชน์ของตนเองตามแบบฉบับกับนิสัยดั้งเดิมของนักธุรกิจ หรือการเปิดถนนคนเดิน ตลาดนัด ให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบหลายๆที่ แต่กลับเอื้อประโยชน์ในการนำเอาสินค้าแบรนด์เนมที่มีธุรกิจหลายพันล้านอยู่แล้วได้ระบายสินค้าออกทั้งๆที่ผลกระทบกับสินค้าเหล้านี้ถ้าเทียบกับขนาดธุรกิจแล้วมันเสียหายน้อยนิดเท่านั้น ผิดกับพ่อค้าแม่ค้าที่หาเช้ากินค่ำที่ได้รับผลกระทบและไม่มีสินค้าที่จะมาขายหรือได้รับความช่วยเหลือ สุดท้ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเมืองไทยขณะนี้ก็คือคนไทยตกเป็นเหยื่อของ ความโลภโมโทสันและกระสันอำนาจของคนที่เรียกตัวเองว่านักการเมือง และนักธุรกิจ หรือบางพวกเป็นนักธุรกิจการเมืองนั่นเอง จำนวนผู้ที่เข้ามาอ่านบทความ: 48
|